เสริมหน้าอก SLC ดูมไม่ต้องดัน

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) เทคนิคเฉพาะโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง SLC มีด้วยกันถึง 3 เทคนิค เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เสริมหน้าอกด้วยไขมัน และการเสริมหน้าอกแบบไฮบริด เพื่อตอบโจทย์ปัญหาหน้าอกที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งปัญหาหน้าอกเล็ก หน้าอกหย่อนคล้อย สามารถเข้าปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำการวิเคราะห์ปัญหาหน้าอกและออกแบบขนาดหน้าอกร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรม เสริมหน้าอก ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจในแบบที่เป็นตัวคุณมากที่สุด

ทำนม SLC นิ่มชิด ทรงสวยไม่จำกัด CC

ใครที่เหมาะกับการทำศัลยกรรม เสริมหน้าอก

  1. ผู้ที่มีขนาดหน้าอกเล็กหน้าอกไม่ได้สัดส่วนที่ต้องการ

  2. ผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกในปัจจุบัน

  3. ผู้ที่ขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน หรือขนาดหน้าอกที่ไม่สม่ำเสมอ

  4. ผู้ที่ขนาดหน้าอกเล็กลง หรือหย่อนคล้อยเนื่องจากการให้นมลูก

  5. ผู้ที่ต้องการลดขนาดหน้าอกในปัจจุบัน จากการเสริมหน้าอกขยายใหญ่เกินไป

วัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกมีกี่แบบใช้อะไร เสริมหน้าอก ได้บ้าง?

  1. การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทางการแพทย์

  2. การเสริมหน้าอกด้วยไขมันจากร่างกาย

  3. การเสริมหน้าอกแบบ Hybrid (เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนร่วมกับไขมัน)

เปรียบเทียบวิธี เสริมหน้าอก แบบต่างๆ

ในปัจจุบันเทคนิค เสริมหน้าอก มีให้เลือกเติมความมั่นใจได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ทั้งการ เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน และการเสริมหน้าอกด้วยไขมัน ต่างก็ช่วยให้สาวๆ มีหน้าอกอวบอิ่มได้ในแบบที่ต้องการ แต่หน้าอกแบบนี้จะ ทำหน้าอก ด้วยวิธีไหนดี? เชื่อว่าหลายคนคงลังเลใจไม่น้อยว่าจะเสริมหน้าอกแบบไหนดี เรามาดูความแตกต่างของการเสริมหน้าอกแต่ละเทคนิคกันค่ะ สรุปความแตกต่างการเสริมหน้าอกแต่ละเทคนิคแบบเจาะลึก คลิกที่นี่

ความแตกต่างการเสริมหน้าอกแบบต่างๆ

จุดเด่น

ข้อจำกัด

ซิลิโคนทางการแพทย์

  1. ซิลิโคนไม่เปลี่ยนรูปทรง
  2. สัมผัสนิ่มเป็นธรรมชาติ
  3. เนินอกเต็ม ทรงนมชัด
  1. ผู้ที่เนื้อหน้าอกน้อยอาจใส่ไซซ์ใหญ่ไม่ได้มาก
  2. มีโอกาสเห็นขอบหรือคลำเจอขอบซิลิโคน
  3. มีโอกาสเกิดพังผืดหดรัดซิลิโคน

ปลปลูกถ่ายไขมันจากร่างกาย

  1. ไขมันจากร่างกาย ไม่มีสิ่งแปลกปลอม
  2. สัมผัสนิ่มคล้ายหน้าอกจริง
  3. แก้ปัญหาหน้าอกห่าง
  1. ไม่สามารถกำหนดขนาดหน้าอกที่แน่นอนได้
  2. หน้าอก 2 ข้าง อาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการติดของไขมันที่ปลูกถ่าย
  3. เสี่ยงเป็นก้อนไตในเต้านม
  4. ใช้ปริมาณไขมันเยอะ

เสริมหน้าอก Hybrid

  1. เนินอกเต็ม ทรงนมชัด
  2. แก้ปัญหาหน้าอกห่าง
  3. สัมผัสนิ่มเสมือนจริง
  4. ไม่เห็นขอบซิลิโคน
  1. ต้องเปิดแผล 2 ตำแหน่งคือบริเวณหน้าอก และบริเวณที่ดูดไขมัน
  2. ต้องทำโดยศัลยแพทยเฉพาะทางและชำนาญการเท่านั้น

“เนินฟู เต็มคัพ อัพไม่จำกัดไซซ์”

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคนทางการแพทย์

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทางการแพทย์ คือการ ใช้ถุงเต้านมเทียมใส่เข้าไปบริเวณหน้าอก เพื่อให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยซิลิโคนเสริมหน้าอกจะมีความนูนหลายระดับ ซึ่งมีทั้งรูปทรงกลม รูปทรงหยดน้ำ รูปทรงกึ่งทรงกลมและกึ่งหยดน้ำ นอกจากนี้ผิวภายนอกของซิลิโคนก็จะมีทั้งแบบผิวเรียบ ผิวขรุขระ หรือที่เราคุ้นหูกันว่า ผิวทราย และ ผิวแบบ Nano Texture ทั้งนี้การเลือกซิลิโคนทำนมนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์และความต้องการของแต่ละบุคคล

เสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคนเหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีเนื้อบริเวณหน้าอกอยู่แล้ว

  2. ผู้ที่ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอกหลายไซซ์

  3. ผู้ที่ไม่มีเนินอก ต้องการให้หน้าอกอวบอิ่ม

  4. ผู้ที่มีขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน

  5. ผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อย หรือ หน้าอกแฟบหลังการคลอดบุตร

เสริมหน้าอก ทำหน้าอก ทำนม เสริมหน้าอก Hybrid ทำนมไฮบริด 03

Round Implant: ซิลิโคนทรงกลม

การเลือก เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ทรงกลม (Round Implant) เป็นซิลิโคนแบบมาตรฐานของการเสริมหน้าอกในปัจจุบัน เติมเต็มเนินหน้าอกได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการเนินอกชัด ไม่มีปัญหาเรื่องการบิดหมุนของซิลิโคน ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติได้เช่นเดียวกับทรงหยดน้ำ เมื่อทำหน้าอกในขนาดที่เหมาะสมจะทำให้เนินอกด้านบนที่ใหญ่และนูนกว่าซิลิโคนทรงหยดน้ำ อีกทั้งยังมีความนุ่มและขอบที่โค้งมนเข้ารูป หลังเสริมด้วยซิลิโคนทรงกลมจะทำให้หน้าอกดูเต็ม อิ่มฟู เนินอกชัดสวย

ผู้ที่ควร เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ทรงกลม:
  1. ผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่แล้ว 
  2. ผู้ที่ต้องการให้เนินอกดูเต็มขึ้น และมีรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น 

Tear drop: ซิลิโคนทรงหยดน้ำ

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ (Tear drop หรือ Anatomical Silicone Implant) เป็นทรงที่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบเต้านมตามธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหยดน้ำ บริเวณส่วนล่างจะใหญ่กว่าส่วนบน หลังเสริมด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำจะช่วยให้เนินหน้าอกดูอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ 

ใครเหมาะกับซิลิโคนทรงหยดน้ำ?
  1. บุคคลที่เนื้อหน้าอกน้อย 

  2. บุคคลที่ต้องการให้หน้าอกดูอวบอิ่มแบบธรรมชาติ ไม่ต้องการให้เห็นรูปทรงซิลิโคนชัดจนเกินไป 

  3. บุคคลที่หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือปานกลางจะช่วยให้เต้านมเชิดขึ้นได้

  4. บุคคลที่มีเต้านมหดรัด (Constricted Lower Pole Breast)

  5. บุคคลที่มีเนื้อเต้านมหย่อน แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง 

  6. บุคคลที่มีเต้านมอยู่บนทรวงอกอยู่ในระดับต่ำ (Low Breasted) 

ซิลิโคนทรงกลมกึ่งหยดน้ำ

ซิลิโคนทรงกลมกึ่งหยดน้ำ (มีเฉพาะใน Motiva Ergonomix) เป็นทรงที่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบเต้านมตามธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหยดน้ำแต่จะมีความฟู บริเวณส่วนล่างจะใหญ่กว่าส่วนบน หลังเสริมด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำจะช่วยให้เนินหน้าอกดูอวบอิ่ม ปรับรูปทรงตามการเคลื่อนไหวให้ผลลัพธ์หลังทำหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติแม้ในท่านอน

ใครที่ควร เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ทรงกลมกึ่งหยดน้ำ?
  1. เนื้อหน้าอกน้อย 

  2. ต้องการให้หน้าอกดูอวบอิ่มแบบธรรมชาติ ไม่ต้องการให้เห็นรูปทรงซิลิโคนชัดจนเกินไป 

  3. หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือปานกลางจะช่วยให้เต้านมเชิดขึ้นได้

  4. เต้านมหดรัด (Constricted Lower Pole Breast)

  5. เนื้อเต้านมหย่อน แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง 

  6. เต้านมอยู่บนทรวงอกอยู่ในระดับต่ำ (Low Breasted) 

ผิวสัมผัสซิลิโคนแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

จุดเด่นของผิวซิลิโคนแต่ละแบบ

1.ผิวเรียบ (Smooth Silicone Implant)

2.ผิวทราย (Textured Silicone Implant)

3.ผิวกำมะหยี่ (Nano Surface มีเฉพาะใน Motiva)

  • มีโอกาสเกิดริ้วบริเวณเต้านมน้อยกว่าผิวทราย

  • โอกาสในการเกิดพังผืดรอบเต้านมน้อยกว่าผิวเรียบ

  • มีความกลมกลืนกับเนื้อเยื่อร่างกายสูง ลดการเกิดพังผืดรอบซิลิโคน

วัสดุที่บรรจุภายใน ซิลิโคนเสริมหน้าอก คืออะไร?

ซิลิโคนทำนมจะมีผิวภายนอกเป็นถุงซิลิโคน และภายในถุงมีลักษณะเป็นเจลหรือน้ำเกลือ แต่ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ ถุงซิลิโคนแบบเจล (Cohesive gel) ซึ่งมีความคงตัว ไม่เสี่ยงรั่วซึมในอนาคตเหมือนซิลิโคนเสริมหน้าอกรุ่นเก่า อีกทั้งยังได้รับการรับรองจาก FDA แล้วว่าไม่เป็นอันตรายปลอดภัยต่อร่างกาย

การเลือกตำแหน่งใส่ซิลิโคน เสริมหน้าอก

1.ข้อดีของการวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ
  • หน้าอกทรงสวย เนียน ดูธรรมชาติ

  • เหมาะกับคนผอม เนื้อหน้าอกน้อย เนื้อผิวหนังบางช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดเกาะและหดรัดรอบซิลิโคน

  • คลำพบขอบถุงซิลิโคนได้น้อยกว่า มองเห็นขอบได้ยากกว่า พบรอยย่นน้อยกว่า มีโอกาสคล้อยน้อยกว่า (ขึ้นอยู่กับลักษณะเต้านมเดิมด้วย)

2.ข้อดีเมื่อเสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ
  • หน้าอกชิด ดูเป็นธรรมชาติ 

  • เน้นทรงซิลิโคนชัด

  • เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอก 

ความแตกต่างของแผลผ่าตัด เสริมหน้าอก

ตำแหน่งแผลผ่าตัด ข้อดี: เหมาะกับ:
1.ผ่าตัดบริเวณใต้รักแร้ ฟื้นตัวเร็ว ซ่อนแผลได้ดี รอยแผลอยู่บริเวณรอยพับรักแร้ ผู้ที่ไม่ต้องการมีแผลบริเวณรอบเต้านม
2.ผ่าตัดใต้ราวนม บอบช้ำน้อย แผลอยู่ที่รอยพับใต้ราวนม ผู้ที่ชอบใส่เสื้อเกาะอก สายเดี่ยว สามารถโชว์รักแร้ได้อย่างมั่นใจ
3.ผ่าตัดบริเวณปานนม เจ็บช้ำน้อย แผลผ่าตัดอยู่ที่เต้านมโดยตรง คนที่มีปานนมใหญ่ ผิวหนังหนา ยืดหยุ่นได้ดี

แผลผ่าตัดใต้รักแร้ หลังเสริมหน้าอก 2 เดือน

แผลผ่าตัดใต้ราวนมหลังทำทันที

หลังทำ 2 เดือน แผลใต้ราวนม


“อิ่มฟูดูธรรมชาติเหมือนแม่ให้มา”

4 เทคนิคจบทุกปัญหาหน้าอก

Fat Transfer ศัลยกรรมเสริมหน้าอก โดยวิธีปลูกถ่ายไขมัน

การเสริมหน้าอกด้วยไขมัน (Fat Transfer) คือการปลูกถ่ายไขมันบริเวณหน้าอก โดยไขมันที่ใช้เสริมหน้าอกจะนำมาจากร่างกายของคนไข้เอง ซึ่งศัลยแพทย์จะดึงเอาไขมันส่วนเกินบริเวณต่างๆ แล้วนำมาปั่นเพื่อให้ได้เซลล์ไขมันบริสุทธ์เพื่อนำมาเติมเต็มหน้าอกให้มีความเต่งตึง อวบอิ่มและนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

ใครบ้างควรเสริมหน้าอกด้วยไขมัน:

  • หน้าอกเสียรูปทรงจากการลดน้ำหนัก
  • ไม่ต้องการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน
  • ต้องการความนิ่มเป็นธรรมชาติ

ข้อจำกัดของการเสริมหน้าอกด้วยไขมัน

  • ไม่สามารถกำหนดขนาดหน้าอกที่แน่นอนได้
  • มีโอกาสที่หน้าอก 2 ข้าง ไม่เท่ากัน
  • เสี่ยงเป็นก้อนไตในเต้านม
  • ต้องใช้ปริมาณไขมันเยอะ

“นมไฮบริด ดูมชิดไม่ต้องดัน”

เสริมหน้าอก แบบไฮบริด 

การเสริมหน้าอกแบบไฮบริด คือการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนร่วมกับการปลูกถ่ายไขมัน โดยเทคนิคนี้จะเป็นการรวมจุดเด่นของการเสริมหน้าอกทั้ง 2 แบบเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าการเสริมหน้าอกแบบทั่วไป ซึ่งช่วยเติมเต็มและแก้ปัญหาหน้าอกได้อย่างลงตัว ให้ผลลัพธ์หลังทำนมที่ดูธรรมชาติ มีรูปทรงสวยงาม หน้าอกชิด เนินอกเต็ม ไม่เห็นขอบซิลิโคน และให้สัมผัสนุ่ม

เสริมหน้าอก ไฮบริด

ปัญหาแบบไหนควร ทำหน้าอก แบบไฮบริด?

  1. เนื้อหน้าอกน้อย หรือไม่มีเนื้อหน้าอกเลย
  2. ต้องการขยายขนาดหน้าอกในปัจจุบัน
  3. ขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน หรือขนาดหน้าอกที่ไม่สม่ำเสมอ
  4. หน้าอกเล็กลง หรือหย่อนคล้อยเนื่องจากการให้นมลูก

“อกอวบอิ่ม สมดุล ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ”

ควร ทำหน้าอก ขนาดไหนดี?

หน้าอกที่สวยคือจะต้องไม่ใหญ่เกินไป โดยหมอจะวินิจฉัยตามสัดส่วนแต่ละบุคคลโดยดูสรีระของคนไข้ทั้งความกว้างของช่วงไหล่และฐานอก แต่ทั้งนี้จะ ทำหน้าอก ขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ รวมถึงความต้องการของแต่ละคนด้วยโดยพิจารณาร่วมกันกับศัลยแพทย์

1.ซิลิโคนขนาดไม่เกิน ความกว้างฐานหน้าอก

  • ได้ขนาดของหน้าอกที่เหมาะสม พอดีกับสัดส่วนของร่างกาย
  • ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เห็นขอบซิลิโคน
  • ขนาดแผลผ่าตัดเล็กกว่า

2.ซิลิโคนขนาดใหญ่เกินความกว้างฐานหน้าอก

  • สามารถใส่ซิลิโคนได้ขนาดใหญ่ตามที่ต้องการ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการให้หน้าอกอวบอิ่ม ดูเต็ม

วัดขนาดหน้าอกด้วย Body Logic System: ศัลยแพทย์จะวัดขนาดซิลิโคนให้พอดีกับขนาดฐานหน้าอกอย่างแม่นยำ โดยการวัดความกว้าง ความยาว ความสูงของเต้านมและทรวงอกอย่างละเอียดเป็นมิลลิเมตร จากนั้นศัลยแพทย์จะนำมาคำนวณกับปริมาณเต้านมที่คนไข้ต้องการ เพื่อให้ได้ขนาดของซิลิโคนที่มีความพอดีกับฐานทรวงอกของแต่ละบุคคล     ดังนั้นเราจึง ให้ความสำคัญกับการปรึกษาแพทย์ก่อนผ่าตัด เพื่อที่จะได้วัดขนาดทรวงอกจริง ทดลองซิลิโคนขนาดและรูปทรงจริงก่อนทำนม เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมกับร่างกาย และให้ผลลัพธ์หลังทำนมที่ดูเป็นธรรมชาติ ตรงกับความต้องการมากที่สุด

หน้าอกอวบอิ่ม ดูธรรมชาติ มาพร้อมกับวอลลุ่ม และทรงหน้าอกที่สมดุลกัน ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

อกสวยเต่งตึง ดูธรรมชาติ มาพร้อมกับ วอลลุ่มและทรวดทรงหน้าอกที่สมดุลกัน

  • ระยะปลอดภัย 3 ซม. ทรงชิดสวย ไม่เสี่ยง ระยะห่างหน้าอกที่สวยงาม ธรรมชาติ และปลอดภัยอยู่ที่ 3 เซ็นต์ติเมตร
  • อัตราส่วนสมดุล 45:55 หน้าอกบนกับหน้าอกล่าง 45:55 หน้าอกบนที่เป็นรูปทรงตรงลงมาและเป็นเว้า หน้าอกล่างที่เป็นรูปทรงโค้งที่นูนออกมา
  • องศาที่พอดี ทรงหน้าอกที่เหมาะสมอยู่ที่ 45 องศา หัวนมที่เหมาะสมอยู่ที่ 90 องศา

การเตรียมความพร้อมก่อน ทำหน้าอก

  1. ก่อนทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลโรคประจำตัว ยาโรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด ประวัติการแพ้ยา รวมถึงอาหารเสริมที่รับประทาน
  2. งดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาสเตียรอยด์ ยาแก้ปวด ยาลดกล้ามเนื้ออักเสบ วิตามินและอาหารเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 2_สัปดาห์ (ยาโรคประจำตัวควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์)
  3. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์_และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก นอกจากนี้สารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด อาจมีผลให้แผลหายช้าลงกว่าปกติ
  4. การ เสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดด้วยวิธีการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดคนไข้ต้อง งดรับประทานอาหารและงดดื่มน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงขึ้นไป
  5. อาบน้ำสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด งดใส่คอนแทคเลนส์ งดแต่งหน้า งดทาเล็บ งดทาโลชั่น งดฉีดน้ำหอม หรือใส่เครื่องประดับในวันผ่าตัด กรุณาเก็บของมีค่าไว้ที่บ้าน
  6. วันผ่าตัดแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะหลวม ๆ มีซิบหรือกระดุมด้านหน้า ไม่ควรใส่ชุดหรือกางเกงรัดรูป และไม่ควรขับรถมาเองผู้เดียว ต้องมีผู้ติดตามหรือญาติมาด้วยในวันผ่าตัด
  7. ควรมาเตรียมตัวก่อนเวลาผ่าตัด 1 ชั่วโมง และกรณีที่ท่านมีอาการเจ็บป่วยปัจจุบัน เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก เสมหะ ท้องเสีย มีแผลติดเชื้อ หรือเป็นประจำเดือน ฯลฯ กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันผ่าตัด อย่างน้อย 1-3 วัน
  8. เตรียมภาวะจิตใจให้พร้อม ไม่ควรตื่นเต้นมากเกินไป และควรทราบว่าหลังผ่าตัดย่อมเกิดการบวม ซึ่งต้องใช้เวลาในการหายของแผลหรือความเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

ทำหน้าอก ที่ SLC พิเศษกว่าที่อื่น!

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก SLC พิเศษกว่าที่อื่น

Why SLCHospital

  • โรงพยาบาลมาตรฐาน Boutique Hospital 
  • ออกแบบและผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ด้านศัลยกรรมเสริมหน้าอก
  • เทคโนโลยีห้องผ่าตัดทันสมัย ควบคุมความสะอาดและความปลอดภัยด้วยระบบคอมพิวเตอร์
  • วิสัญญีแพทย์ 1:1 ดูแลตลอดการผ่าตัด
  • เครื่องป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในเคสดมยาสลบ
  • พยาบาลวิชาชีพดูแลแบบ 1:1 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • Personal Patient Advisor ผู้ดูแลให้คำปรึกษาความงามส่วนตัวแบบ 1:1

ขั้นตอนการผ่าตัด : เสริมหน้าอกใช้ระยะเวลาการผ่าตัด ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

วิธีระงับความรู้สึก : ดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์แบบ  1:1 ดูแลตลอดการผ่าตัด

ระยะเวลาในการตัดไหม : 7 วันหลังเสริมหน้าอก

Follow Up ติดตามผล : หลังเสริมหน้าอก 1 เดือน

Recovery Room : หลังเสริมหน้าอกผู้รับบริการพักฟื้นด้วยห้องพักที่ตกแต่งภายในตามมาตรฐานห้องพักโรงแรม เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น พร้อมการต้อนรับอย่างพิเศษ ด้วย Welcome Amenities มอบให้ผู้รับบริการจากทีมผู้บริหารพร้อมด้วย Welcome drink และของขวัญแสดงความขอบคุณด้วย เซท Amenity สปา จาก Brand MAAI 

“มีความสุขกับสรีระที่สวยงาม และความมั่นใจที่มากขึ้น”

ศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ SLCHospital นอกจากจะได้หน้าอกชิดสวย ดูเนียนตา สัมผัสนิ่ม มีความเป็นธรรมชาติรับกับสรีระแล้ว หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกไป คุณจะมีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเองมากยิ่งขึ้น มีความสุขกับรูปร่างที่สวยงามใส่ชุดอะไรก็ง่าย ไม่ต้องใช้ฟองน้ำเสริมคัพหน้าอกอีกต่อไป

✔ 3 เทคนิคเสริมหน้าอก ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ออกแบบหน้าอกให้รับกับสรีระของแต่ละบุคคลมากที่สุด

✔ แผลเล็ก บวมช้ำน้อย พักฟื้นสั้น ปลอดภัย

วิธีดูแลหลัง ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

  1. อาการปวด บวม และช้ำบริเวณ 1-2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยอาการดังกล่าวจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  2. กรณีศัลยแพทย์ปิดแผลด้วยก๊อซต้องระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำอย่างน้อย 3-5 วันหลังการผ่าตัด และกรณีที่ศัลยแพทย์ปิดแผลด้วยแผ่นกันน้ำสามารถอาบน้ำได้ปกติ หากแผ่นปิดแผลหลุดร่อนหรือซึม ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ หรือให้กลับมาทำความสะอาดและเปลี่ยนแผ่นปิดแผลได้ที่คลินิก หากแผลเปียกควรใช้ผ้าสะอาดซับบริเวณแผลให้แห้งทุกครั้ง
  3. หลัง เสริมหน้าอก อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเจ็บคอได้ประมาณ 1-3 วันแรกหลังการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งนี้เป็นอาการข้างเคียงจากการดมยาสลบ
  4. ควรงดการยกของหนักหรือกิจกรรมที่ต้องยกแขนสูง หลังการผ่าตัดประมาณ 3-4 สัปดาห์หลังการผ่าตัด (โดยเฉพาะกรณีที่ผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อ)
  5. งดออกกำลังกายหลังผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
  6. สวมเสื้อในแบบไม่มีโครงเหล็ก (สปอร์ตบราหรือเสื้อในยางยืด Support) หลังทำหน้าอก 2-4 สัปดาห์_ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนเสื้อชั้นในแบบมีโครงสามารถใส่ได้หลังจากผ่าตัด 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
  7. นอนหงายประมาณ 3-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด_ไม่ควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพื่อป้องกันการกดทับของหน้าอกและทำให้หน้าอกเสียรูปทรงได้
  8. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 –2 สัปดาห์หลังผ่าตัด เนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่มีผลลดปริมาณออกซิเจนในเลือด อาจมีผลให้แผลหายช้าลงกว่าปกติ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

เรื่องต้องรู้เมื่อตัดสินใจ ทำหน้าอก

  1. ช่วง 1-3 เดือนแรกอาจจะเห็นแผลผ่าตัดชัดเจน โดยสีแผลอาจจะเข้มขึ้นหรือหนาขึ้นได้บ้างแล้วแต่บุคคล ซึ่งเป็นอาการปกติของแผลผ่าตัด หลังจากนั้นแผลจะค่อยๆ จางและนิ่มลงตามลำดับอาจใช้เวลา 8-12 เดือน ท่านสามารถดูแลแผลตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
  2. หลังเสริมหน้าอกหากคนไข้ไม่มีอาการเจ็บแผลที่ผ่าตัดแล้ว สามารถนวดหน้าอกเบาๆ ได้ โดยไม่บีบนวดรุนแรงมากเกินไป (กรณีเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำไม่แนะนำให้นวด) *การนวดเต้านมลักษณะใดนั้นแพทย์จะพิจารณาไปเป็นกรณีตามความเหมาะสม
  3. รับประทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวมตามที่แพทย์สั่งจนครบ
  4. ศัลยแพทย์จะนัดเข้ามาติดตามผลการผ่าตัด (Follow Up) 7 วัน และ 14 วัน เพื่อทำความสะอาดแผลและเช็คไหมเย็บแผล จากนั้นศัลยแพทย์จะนัดติดตามผลการผ่าตัดเมื่อครบ 30 วัน, 3 เดือน, 6เดือน และ 1 ปี ทั้งนี้ควรเข้ามาให้ตรงตามกำหนดที่ศัลยแพทย์นัด

“SLC หน้าอกงานดี ลูกค้าอยากบอกต่อ”

รวมวิดีโอ รีวิวเสริมหน้าอก จากเหล่า Youtuber / Influencer ชื่อดัง


SLC Hospital

Call : +66 2 714 9555

Whatsapp : +66 96 116 0806

Line@ : @SLCHOSPITAL

Or Click : https://bit.ly/SLCHospital

Messenger : http://m.me/SLCHospital

Our Branches : https://cutt.ly/branches